มอร์ตันเด็กมันเก่ง, “บังโม” อย่างโหด! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ทุบ ปอร์โต้

admin
ข่าวฟุตบอล

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน นำ ลิเวอร์พูล สร้างผลงานสุดยอดด้วยการเปิดรังแอนฟิลด์ ไล่ต้อน เอฟซี ปอร์โต้ 2-0 ส่งผลให้ “หงส์แดง” ชนะรวด 5 เกมติดต่อกันในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี

“เดอะ เร้ดส์” ได้ชื่อว่าต้องเจองานหนักเพราะจับสลากอยู่ในกลุ่มแห่งความตาย หรือ “กรุ๊ป ออฟ เดธ” แต่กลายเป็นว่าพวกเขาโชว์ฟอร์มได้โหดเหนือคู่
แข่งในกลุ่มด้วยการเก็บชัยเรียบวุธ

 แน่นอนว่าผลงานที่สุดยอดของทีมในตอนนี้ทำให้บรรดาแข้ง “หงส์แดง” เต็มไปด้วยความฮึกเหิม ข่าวฟุตบอล และพร้อมเต็มที่สำคัญเกมพรีเมียร์ลีกที่จะพบ “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน ในวันเสาร์ที่ 27 พ.ย.นี้ 

  1. ติอาโก้ คนเดิมเริ่มกลับมาแล้ว

นับตั้งแต่ที่ย้ายจาก บาเยิร์น มิวนิค มาเล่นกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2020 ติอาโก้ อัลกันตาร่า ยังไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งเหมือนตอนที่เล่นกับ “เสือใต้” ได้เลย

 จะว่าไปแล้วเจ้าตัวต้องพบกับวิบากกรรมพอสมควรทั้งติดโควิด-19 และได้รับบาดเจ็บหนัก ทำให้ไม่ค่อยได้มีโอกาสลงสนามเพื่อปรับตัวให้กับเข้าเกมลูกหนังเมืองผู้ดีมากนัก

 สำหรับในฤดูกาลนี้ ติอาโก้ ยังเจอกับปัญหาบาดเจ็บรบกวนในช่วงต้นซีซั่น แต่หลังจากที่เขากลับมาฟิตสมบูรณ์ คล็อปป์ ให้โอกาสนักเตะได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง และเจ้าตัวก็ไม่ทำให้ผิดหวัง โดยฟอร์มของ ดาวเตะชาวสแปนิช โดดเด่นอย่างมากทั้งการคุมจังหวะเกม และการผ่านบอลสวยๆ

ในแมตช์ชนะ ปอร์โต้, ติอาโก้ เกือบได้แอสซิสต์จากการส่งบอลให้ ซาดิโอ มาเน่ แต่น่าเสียดายที่วีเออาร์เช็คว่าเป็นจังหวะล้ำหน้า กระนั้นเขาก็ยังได้รับรางวัลแห่งความขยัน จากการยิงไกลสุดสวยช่วยให้ทีมขึ้นนำ 1-0

 ตอนนี้เชื่อว่าใครที่เป็นแฟนคลับของ ติอาโก้ คงเริ่มมองเห็นฟอร์มเก่งของเขาสมัยที่เล่นให้ บาเยิร์น แล้ว โดยเฉพาะการผ่านบอลสำเร็จในเกมนี้ถึง 85 เปอร์เซ็นต์ และหาก คล็อปป์ ยังคงเลือกใช้งานเขาอย่างต่อเนื่อง งานนี้คงจะได้เห็นทีเด็ดของเจ้าตัวอีกเพียบแน่นอน

2. แนวรับเล่นสะเปะสะปะไปหน่อย

อย่างที่คาดการณ์กันไว้ คล็อปป์ เลือกใช้งาน โฌแอล มาติป จับคู่เซนเตอร์แบ็กกับ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ขณะที่ฟูลแบ็กได้แก่ เนโก วิลเลี่ยมส์ และ คอสตาส ซิมิคาส ซึ่งทั้งสี่คนต้องบอกว่าเล่นไม่ค่อยดีเท่าไหร่

 มีหลายจังหวะที่ มาติป กับ โกนาเต้ เล่นค่อนข้างสเปะสะปะตอนที่ ปอร์โต้ เปิดเกมบุกเข้าใส่ ขณะที่ ซิมิคาส ไม่ค่อยโดดเด่นเหมือนเกมที่ช่วยทีมถล่ม อาร์เซน่อล โดย ดาวเตะชาวกรีก แทบไม่มีโอกาสได้เติมเกมรุก ขณะที่เกมรับก็เล่นหลวมไปหน่อย

 เช่นเดียวกับ วิลเลี่ยมส์ ไม่สามารถเติมเกมบุกได้เหมือนกับ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แต่กระนั้นเกมรับของเขาก็ถือว่าสอบผ่าน ส่วนที่โดดเด่นก็คือพละกำลังที่วิ่งขึ้นวิ่งลงแบบไม่มีหมด

สำหรับอีกคนที่อาจจะต้องมีตำหนิบ้างนั่นก็คือ อลิสซง เบ็คเกอร์ แม้ว่าเกมนี้จะไม่ค่อยได้ออกแรงอะไรมากนัก เนื่องจากเกมรุกของ ปอร์โต้ ขาดความเฉียบคม แต่การที่เขาเล่นบอลแบบมั่นใจเกินไปจนทำให้ส่งพลาด และเกือบเสียประตู ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นโดยเฉพาะแมตช์นี้ “พ่อหมี” เป็นกัปตันทีมด้วย

 งานนี้ คล็อปป์ คงเรียก อลีสซง มาติวเข้มเกี่ยวกับการเล่นที่แน่นอน และปลอดภัย ส่วนแผงแบ็กโฟร์ในเกมนี้ คาดว่าคงเหลือแค่ มาติป ที่น่าจะได้ลงสนามในแมตช์พบ เซาธ์แฮมป์ตัน วันเสาร์นี้

3. มอร์ตัน เด็กมันมีของ

สาวก “เดอะ ค็อป” คงตื่นเต้นไม่น้อยที่ได้เห็นเด็กจากอะคาเดมี่ “หงส์แดง” อย่าง ไทเลอร์ มอร์ตัน ได้ลงสนามเกมที่สองติดต่อกัน แถมแมตช์นี้เขาได้โอกาสเป็นตัวจริงในเกมใหญ่อย่าง แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เล่นในถิ่นแอนฟิลด์ด้วย

 ผลงานของ มอร์ตัน ต้องบอกว่าโดดเด่นมากๆ โดยนักเตะทำหน้าที่ในตำแหน่งของ ฟาบินโญ่ ได้ดีเยี่ยมไม่มีที่ติ แม้ว่าเขาจะอายุแค่ 19 ปีแต่สามารถสู้กับบรรดานักเตะเขี้ยวลากดินของ ปอร์โต้ ได้แบบไม่มีหวั่นเกรง

มอร์ตัน มีส่วนอย่างยิ่งในจังหวะที่เปิดบอลยาวจนนำไปสู่ประตูที่สองที่ ข่าวกีฬาวันนี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จัดการส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย ขณะเดียวกันเขายังเล่นเกมรับได้ดี โดยเฉพาะจังหวะที่ลงมาช่วยทีมสกัดบอลในกรอบเขตโทษก่อนที่ผู้เล่นทีมเยือนจะมีโอกาสยิงประตู

 ต้องยอมรับว่า มอร์ตัน ไม่ปล่อยโอกาสทองของเขาให้หลุดมือไป เมื่อเจ้าตัวสร้างผลงานดีมีคุณภาพ และงานนี้ คล็อปป์ น่าจะไว้วางใจให้เขาลงสนามอย่างต่อเนื่องในเกมลีก ส่วนพวกฟุตบอลถ้วยในประเทศ เจ้าหนูรายนี้คงได้เป็นตัวหลักชัวร์

4. บังโมกลับมาโหดอีกครั้ง

หลังจากที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ฟอร์มสะดุดยิงไม่ได้สามแมตช์ติดต่อกันในทุกรายการ ตอนนี้เขากลับมาเป็น “บังโม” คนเดิมอีกครั้ง ตั้งแต่เกมที่ช่วยทีมทุบ อาร์เซน่อล จนมาถึงแมตช์สอยเอฟซี ปอร์โต้

 ซาลาห์ ทำผลงานได้อย่างร้อนแรงในฤดูกาลนี้โดยในพรีเมียร์ลีกเขาซัดไปแล้ว 11 ประตูจาก 12 เกม แต่หากรวมทุกรายการตอนนี้เจ้าตัวตะบันตาข่ายคู่แข่งอย่างโหดด้วยสถิติ 17 ประตูจาก 17 เกม

 “คิง ออฟ อียิปต์” สามารถสร้างปัญหาให้กับเกมรับของทีมเยือนได้ทุกครั้งที่บอลอยู่ที่เท้าของเขา โดยจังหวะการจบสกอร์ 2-0 ต้องบอกเลยว่าเขามีทักษะสุดยอดเหลือเกิน ถึงขนาดทำให้แนวรับปอร์โต้หัวทิ่มหัวตำ ก่อนจะซัดประตูอย่างงดงาม

สำหรับตอนนี้หัวหอกเบอร์ 1 ของ “หงส์แดง” คงหนีไม่พ้น ซาลาห์ แต่กระนั้น ซาดิโอ มาเน่ ก็เล่นด้วยฟอร์มร้อนแรงเช่นกัน น่าเสียดายที่ประตูในครึ่งแรกของเขาดันโดนวีเออาร์จับว่าเป็นลูกล้ำหน้าซะก่อน

 อย่างไรก็ตามสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับ คล็อปป์ และสาวก “เดอะ ค็อป” ก็คือเกมนี้ ซาลาห์ และ มาเน่ ประสานงานกันได้ดี แถมไม่มีปัญหาบาดเจ็บด้วย ส่วน ทาคุมิ มินามิโนะ ก็เล่นได้ตามมาตรฐาน

5. รักษาโมเมนตัมแห่งชัยชนะเอาไว้อย่างต่อเนื่อง

สิ่งสำคัญในการที่จะประสบความสำเร็จนั่นก็คือความคงเส้นคงวา ฉะนั้นตอนนี้ คล็อปป์ ต้องกระตุ้นพลพรรค “หงส์แดง” ให้รักษามาตรฐานที่ยอดเยี่ยมต่อไป ไม่ว่าใครถูกส่งลงสนามต้องสามารถเล่นได้ตามระบบที่วางเอาไว้

 หลังจากที่สะดุดแพ้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ตอนนี้ “หงส์แดง” เริ่มกลับมาสู่ฟอร์มโหดอีกครั้ง โดยเฉพาะการยิงประตูที่พวกเขาสวมบท “เร้ด แมชีน” เดินหน้าไล่ถล่มคู่แข่งแบบไม่เกรงใจ

ตอนนี้ฟอร์มของทีมกลับมาเข้าฝักอีกครั้ง คล็อปป์ ต้องพยายามรักษาโมเมนตัมแบบนี้เอาไว้ให้ได้ โดยในเกมดวล เซาธ์แฮมป์ตัน ช่วงสัปดาห์นี้ พวกเขาจะต้องเก็บสามคะแนนให้ได้ เพื่อทำให้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น

  ส่วนในแชมเปี้ยนส์ ลีก ตอนนี้ “หงส์แดง” เก็บชัยชนะในรอบแบ่งกลุ่ม 5 เกมรวด ฉะนั้นในเกมสุดท้ายเยือน เอซี มิลาน ที่ซาน ซีโร่ หากพวกเขาเอาชนะได้ จะกลายเป็นสโมสรแรกในพรีเมียร์ลีก ที่ชนะรวม 6 แมตช์ในรอบแบ่งกลุ่มถ้วย “บิ๊กเอียร์” เลยทีเดียว

Next Post

ทุกปัญหามีทางแก้!บาเยิร์นงัดไม้ตายแก้ลำนักเตะเมินฉีดวัคซีน

บาเยิร์น มิวนิค ทีมดังของ บุนเดสลีกา ประกาศมาตรการใหม่ออกมาใช้แล้วหมายกำราบนักเตะในทีมที่เมินการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19   & […]
ข่าวกีฬา